30 November 2013

ภาพความฝัน


ภาพความฝัน ....

- ประชาชน สร้างประวัติศาสตร์ ออกมารวมตัวกัน จำนวนมากกว่า 1 ล้านคน เป็นครั้งที่สอง ภายในระยะเวลาห่างกันเพียง 1 สัปดาห์ เพื่อขับไล่ทรราชย์ .... สื่อมวลชนต่างชาติ นำเสนอข่าวไปทั่วโลก

- ข้าราชการทั่วประเทศ พร้อมใจกันแสดงอารยะขัดขืน หยุดทำงาน ไม่ยอมรับคำสั่งจากรัฐบาล .... ที่ไม่ยอมรับกฎหมาย ให้เห็นเป็นตัวอย่าง

- คนเสื้อแดง ที่ติดตามฟังการปราศรัยของเหล่าอาจารย์ นักศึกษา ดารา นักธุรกิจ ที่ผลัดกันขึ้นเปิดเผยข้อมูลความจริง ของระบอบชั่วที่ครอบงำประเทศไทยอยู่ .... จนเกิดความเข้าใจ และเข้าร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลด้วย (ส่วนกลุ่มคน ที่เข้ากรุงเทพฯ มานอนค้างแรมในสนามกีฬาฯ ทะยอยกันเดินทางกลับภูมิลำเนา หลังหมดความอดทน กับเรื่องโกหก ของคางคก และสัตว์เลื้อยคลาน บนเวที)

- ทหารทุกเหล่าทัพ ทะยอยกันออกมาร่วมชุมนุมกับประชาชน อย่างเปิดเผย ก่อนหน้าที่ ผบ.แต่ละเหล่าทัพ จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า นั่นคือการแสดงออกส่วนบุคคล สามารถทำได้ .... ให้หลังอีก 1 วัน ผบ.ทุกเหล่าทัพ แถลงข่าวร่วมกันว่า ทหารจะยืนอยู่ข้างประชาชน

- ตำรวจ ที่ควบคุมการชุมนุม กว่า 100 คน ถอดเสื้อเครื่องแบบออก แล้วหยิบนกหวีดมาแขวนคอ เป่าเสียงดัง ร่วมกับผู้ชุมนุม เป็นภาพข่าวหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ในวันต่อมา .... ผบช.น. หลบหน้านักข่าว ขณะที่ ผบ.ตร.ยืนยันหนักแน่นว่า ตำรวจจะไม่ทำร้ายประชาชน

- คณาจารย์มหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ ร่วมกันเสนอทางออกให้รัฐบาลยุบสภา ขณะที่นายกรัฐมนตรี ไม่รับฟัง และเตรียมตัวเดินทางออกนอกประเทศ แต่ถูกมวลชนสกัดไว้ที่สนามบิน วันรุ่งขึ้น นายกฯ ประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน .... สิ้นสุดยุคมืดของไทย โดยพลังของประชาชนอย่างแท้จริง

- ปปช ชี้มูลความผิด สส. และ สว. ที่ร่วมกันสนับสนุน พรบ.ลักหลับ และในเวลาต่อมา ศาลฯ ตัดสินให้ สส. และ สว. เหล่านั้นผิดกฏหมายในข้อหากบฎ เนื่องจากไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญ คือกฎหมายสูงสุดของประเทศ .... ทุกคนเดินคอตก เข้าห้องขัง รับโทษทัณฑ์ที่ได้ทำไว้กับแผ่นดินเกิด

- ประชาชนทั่วประเทศ ตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ จนเกิดการปฏิรูปการเมืองจากภาคประชาชน ที่สามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ ในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง .... ประเทศไทย มีการเมืองที่โปร่งใส ประเทศเจริญ เศรษฐกิจเติบโตสูงสุดในกลุ่มประเทศ ASEAN

- ทั่วโลกยกย่อง พลังของมวลมหาประชาชน ที่ออกมาแสดงพลังบนท้องถนน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศไทย และเป็นแบบอย่างของการประท้วงแบบสันติ อหิงสา ไปทั่วโลก .... เมื่อสามารถล้มล้างทรราชย์ ด้วยมือเปล่า ไม่เกิดความรุนแรงแม้แต่นิดเดียว

- สัมภเวสี ที่เร่ร่อนอยู่ต่างประเทศ คับแค้นใจ ที่ไม่สามารถทำลายบ้านเกิดเมืองนอนได้ จนตรอมใจ ต้องใช้ชีวิตอยู่โดยลำพัง อย่างซึมเศร้า ไปอีก 10 ปี .... ในบั้นปลายชีวิต เกิดภาพหลอนจากสิ่งที่ตนเองได้ทำไว้ และจากโลกไป ท่ามกลางกองเงินกว่าแสนล้านบาท ที่ไม่เคยทำให้เกิดความสุขได้เลย .... คนไทยทุกคน อโหสิกรรมให้ และนำเรื่องราวชีวิตของเขา มาเล่าให้ลูกหลานฟัง ในเรื่อง กฎแห่งกรรม ว่ามีอยู่จริง

- ลุงกำนัน น้อมรับโทษตามกฎหมาย จากความผิดที่เกิดขึ้นในขณะนำการชุมนุม เมื่อผ่านพ้นการรับโทษแล้ว ได้รับการยกย่องจากประชาชน ให้เป็น "รัฐบุรุษ" และเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย .... ในฐานะที่นำประชาชน ออกมาแสดงพลังเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ได้สำเร็จ ด้วยมือเปล่า และเป็นจุดเริ่มต้น ของประเทศไทยยุคใหม่ ที่สงบสุข ทุกคนรักกัน บ้านเมืองเจริญ ไปอีก 100 ปี

เอ๊ะ .... นี่เราฝัน หรือมันเป็นความจริง

24 November 2013

สำหรับข้อสงสัยที่ว่า ...



สำหรับ ข้อสงสัยที่ว่า
- ชุมนุมทำไม เค้าถอน พรบ.นิรโทษฯแล้ว รัฐบาลยอมถอยแล้ว จะเอาอะไรอีก อยู่ๆจะเปลี่ยนไปไล่รัฐบาลทำไม
- คนชุมนุมพวกนี้ ไม่เคารพกติกา จะมาไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ได้ยังไง

อยากบอกกับคนที่สงสัยว่า .........

- พรบ นิรโทษฯ ไม่ใช่การทำพลาด แต่เป็นการทำชั่ว เพราะมีเจตนาที่ไม่ดี และที่สำคัญ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก อย่างที่หลายคนคิด

- พรบ นิรโทษฯ ไม่ใช่เหตุของการชุมนุม แต่เป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ ประชาชนหมดความอดทน

- ประชาธิปไตย ไม่ใช่ชนะเลือกตั้ง แล้วเป็นเจ้าของอำนาจ แต่ เป็นแค่ ตัวแทนอำนาจ เพราะอำนาจที่แท้จริงเป็นของประชาชน ....

การเลือกตั้ง คือ การเลือก "ตัวแทน" เข้าไปทำหน้าที่ แต่เมื่อ ตัวแทน รู้วิธีชนะเลือกตั้ง แต่ ไม่รู้วิธีทำงานเพื่อประชาชน เอาแต่ทำเพื่อพวกพ้อง โดยเฉพาะเพื่อคนชั่วที่บงการอยู่ต่างประเทศ ตลอดเวลา .... ผ่านนโยบายที่เอาเงินเรา ไปถลุงกับโครงการที่เต็มไปด้วยการทุจริต .... ทีมงานที่ขึ้นมาทำงาน ก็ล้วนแต่โง่และเลว ไม่มีความเหมาะสม .... เป้าหมายไม่ใช่พัฒนาประเทศ แต่ต้องการล้างผิดคนเลว .... โกงกินอย่างซึ่งหน้า ทำชั่วอย่างเปิดเผย ....
ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิด แต่เป็นสิ่งที่เห็นมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคพี่ชายยันน้องสาว ....

- ในประเทศที่เจริญแล้ว นักการเมืองที่ทำผิด ( ยังไม่ถึงชั่ว ) ยังแสดงสปิริตลาออก แต่นี่ทำชั่วเลย ยังไม่เคยยอมรับ หรือขอโทษ เพราะคิดว่าอำนาจเป็นของตนเอง .... จึงเป็นที่มา ให้ประชาชน ต้องออกมา แสดงตัว คนที่เป็นเจ้าของอำนาจตัวจริง

- การชุมนุม เป็นสิ่งที่ทำได้ภายใต้กติกาประชาธิปไตย แต่ การไม่ยอมรับอำนาจศาล ถือเป็นการไม่เคารพกติกาประชาธิปไตยอย่างชัดเจน อย่างไม่รู้สำนึก.... นี่คือสิ่งดึงดูด ให้คนยิ่งต้องออกมาร่วมชุมนุม

การชุมนุม คือการแสดงสัญลักษณ์ แต่อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ทุกคนเชื่อว่า มันจะเป็น "จุดเริ่มต้น" ของการเปลี่ยนแปลง ไปยังสิ่งที่ดีขึ้น ได้อย่างแน่นอน .....